Canada

 
 
            เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศที่มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ มี ประชากรน้อย รัฐบาลจึงมีเงินสนับสนุนทางด้านการศึกษาค่อน ข้างมาก รัฐบาลแคนาดาให้เงินอุดหนุนการศึกษาต่อประชากร สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมตะวันตก มาตรฐานการ ศึกษาของแคนาดาเป็นที่ยอมรับทั่วโลกทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย
            ระบบการศึกษาของแคนาดาประกอบด้วย สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับก่อนเข้าวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย การศึกษาในแคนาดาอยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงศึกษาธิการของแต่ละมณฑล และเขตปกครองพิเศษ ดังนั้นระบบการศึกษาจึงมีความแตกต่างกัน แต่ด้วยการประสานความร่วมมือทางด้านวิชาการของคณาจารย์ และสถาบันต่างๆ รวมทั้งคณะกรรมการ พิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อการศึกษา ทำให้การศึกษาทั่วทั้งแคนาดามีมาตรฐานสูง ระดับเดียวกัน  
 
ระดับประถมศึกษา
 
             ระบบการศึกษาเริ่มจากชั้นอนุบาลเช่นเดียวกับประเทศ อื่น ๆแต่ชั้นประถมศึกษาในแต่ละมณฑลจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้คือ 1. กลุ่มที่มีชั้นประถม1-8 คือ มณฑลออนตาริโอ และมณฑลมานิโตบา 2. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1-7 คือ มณฑลบริติชโคลัมเบีย และเขตยูคอน 3. กลุ่มที่มีชั้นประถม 1- 6 คือทุกมณฑลนอกจากที่กล่าว มาแล้ว  
 
ระดับมัธยมศึกษา
 
            จำนวนการศึกษาระดับมัธยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละมณฑล แต่เมื่อรวมการเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาแล้วจะรวมใช้เวลาเรียน 12 ปี ข้อยกเว้นคือ มณฑลควิเบคและมณฑลออนตาริโอ จะจัดระบบชั้นมัธยมเลยไปอีก 1 ปี รวมเวลา เรียน 13 ปี คล้ายๆ กับว่ามีมัธยม 7 แต่นักเรียนที่เรียนจบชั้น มัธยม 7 จะเรียนอีก3 ปี ก็ได้รับปริญญาตรี ในขณะที่มณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ หลักสูตรปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียน 4 ปี ในมณฑลควิเบคยังมีระบบการศึกษาซึ่งอยู่กึ่งกลาง ระหว่างมัธยมและมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระบบคล้ายของฝรั่งเศส ที่เรียกว่า เซเจ๊ฟ (Cegep) การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้จบ มัธยมศึกษาปีที่ 5 เข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โรงเรียนมัธยมของแคนาดามีทั้งของรัฐบาลและของเอกชน ถ้าเป็นของเอกชนต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ของแต่ละมณฑล โรงเรียนรัฐส่วนใหญ่เป็นแบบสหศึกษา ส่วนของเอกชนนั้นมีทั้งแบบหญิงล้วน ชายล้วน หรือ สหศึกษา บางโรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำ 
 
ระดับมหาวิทยาลัย
 
            มหาวิทยาลัยในแคนาดามีทั้งขนาดเล็กมีนักศึกษาไม่ถึง 1,000 คน ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษากว่า 35,000 คน การเข้าศึกษาถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง โดยทั่วไปจะไม่มีการสอบเข้า แต่ละมหาวิทยาลัยมีมาตรฐานของตนเอง เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกสอบได้ทั้งสถาบันที่ใช้ ภาษาอังกฤษและสถาบันที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส บางมหาวิทยาลัย สอนทั้ง 2 ภาษา แต่นักศึกษารู้ภาษาเดียวก็เพียงพอ 

สำหรับความสามารถในการใช้ภาษาของนักศึกษาต่างชาติ นั้น มหาวิทยาลัยทั่วไป(ยกเว้นที่สอนเป็นภาษาฝรั่งเศส) ใช้คะแนน TOEFL หรือ IELTS โดยต้องได้คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่กำหนดคะแนนไว้ที่ 600 ขึ้นอยู่กับ สาขาวิชาที่จะเรียน 

ระยะเวลาการศึกษาในมหาวิทยาลัยของ แต่ละมณฑลนั้นแตกต่างกันไปจาก 3-5 ปี ซึ่งนักศึกษาควรจะต้องตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่สมัคร บางมหาวิทยาลัยจะมี ปริญญาตรี2 แบบ คือ แบบทั่วไป (OrdinaryDegree) ซึ่งอาจเรียนจบภายใน 3 ปี และแบบเกียรตินิยม(Honours Degree) ซึ่งมีวิชาให้เรียนเพิ่มอีก 1 ปี เหมาะสำหรับผู้จะเรียนต่อปริญญาโท ในบางแขนงวิชา มีการฝึกงานด้วยหลักสูตร อาจจะเป็น5 ปี หลักสูตรที่จำเป็นต้องฝึกงาน คือ หลักสูตร บัญชี สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมศาสตร์ สำหรับปริญญาโทใช้เวลาเรียน 1-2 ปี นักศึกษา สามารถ เลือกเรียนแบบ Course Work ฟังการบรรยายและเขียน รายงานหรือเลือกทำ Project หรือเลือกเขียนวิทยานิพนธ์ และสอบประมวลความรู้ (Comprehensive Examination) ส่วน ปริญญาเอกใช้เวลาเรียน 3-5 ปี โดยเป็น Course Work ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างาน วิจัยการเสนอรายงาน เชิง วิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์ 
 
การศึกษากึ่งวิชาชีพ (Community College หรือ Career College) 
 
            เป็นการศึกษาที่ใช้เวลาเรียน 1-3 ปี มุ่งเน้นผลิตนักศึกษา เพื่อออกสู่ตลาดแรงงานให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ วิชา ที่เปิดสอนจึงมีการปรับหลักสูตรตลอดเวลาให้สอดคล้องตาม นโยบายเศรษฐกิจของชาติและกระแสตลาดแรงงาน 
 
การศึกษาภาคปฎิบัติ (Co-op Education)
 
            คือการศึกษาที่สถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคธุรกิจ เปิด โอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยจะได้รับค่าจ้าง โดยทั่วไป นักศึกษาจะฝึกงานประมาณ 2 ภาคเรียน ก่อนที่จะสำเร็จ การศึกษา  
 
การโอนหน่วยกิต 
 
            แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีระเบียบการเทียบโอนหน่วยกิต แตกต่างกันไป นักศึกษาต้องตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยที่ต้อง การเทียบโอนหน่วยกิตก่อนตัดสินใจย้ายสถานศึกษา 
 
โรงเรียนสอนภาษา
 
            มีโรงเรียนสอนภาษาสำหรับต่างชาติที่เรียกว่า English as a Second Language (ESL) และสอนภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง French as a Second Language (FSL) หลายแห่ง กระจายตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วแคนาดา ทั้งนี้เพราะผู้อพยพเข้ามา ตั้งถิ่นฐานในแคนาดาจำเป็นต้องปรับระดับทักษะภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชุมชนเกือบทุกแห่ง มีแผนกภาษา อังกฤษเปิดสอนหลักสูตร ESL สำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่จะมีข้อกำหนดวันเริ่มเรียนเป็นข้อๆ และคุณสมบัติของผู้เรียน ระบุไว้ ส่วนโรงเรียนสอนภาษาเอกชนนั้นนักศึกษาสามารถเข้า เรียนได้ตลอดปีและมีหลักสูตรให้เลือกมากกว่า นักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้ในสาขาที่สำเร็จการ ศึกษา แต่ต้องภายใน 60 วันหลังจากวันที่สำเร็จการศึกษา โดยขอวีซ่าทำงาน (Employment Authorization)
 
การสมัครเข้าศึกษา
 
            การเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของแคนาดา นักศึกษาควรศึกษารายละเอียดของแต่ละสถาบัน และต้องเตรียมเอกสาร ที่ทางสถาบันกำหนดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนนำส่งสำนักงานนายทะเบียนที่จะศึกษา หากเอกสารไม่ครบถ้วนทางเจ้าหน้าที่ อาจส่งเอกสารคืน ทำให้การสมัครล่าช้า สถานศึกษาในประเทศ แคนาดาค่อนข้างเข้มงวดและจะไม่พิจารณาใบสมัครของนักศึกษา จนกว่าจะได้เอกสารทุกอย่างครบ ถ้าไม่สามารถนำส่งเอกสารได้ ครบถ้วนนักศึกษาควรแนบใบสมัครแจ้งเหตุผลให้ทางสถาบันทราบ และกำหนดวันที่จะยื่นเอกสารที่ยังขาด 

            โดยทั่วไปแคนาดายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ แต่เนื่อง ด้วยสถาบันแต่ละแห่งได้รับเงินสนับสนุนค่อนข้างมากจากรัฐบาล จึงมีการจำกัดจำนวนนักเรียนต่างชาติไว้ที่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นนักศึกษาควรสมัครเรียนมากกว่าหนึ่งแห่งเพื่อเพิ่มโอกาส ในการได้รับการตอบรับ 

การเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท นักศึกษาควรสมัครเข้าเรียนหลักสูตรUniversity Transfer Program ในวิทยาลัยก่อน ใช้เวลาเรียน 2 ปี ทำคะแนนให้ดี แล้วโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัย หลังเรียนต่ออีก 2 ปี จะได้ปริญญา ซึ่งง่ายกว่าการสมัครตรงเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการสมัครยากกว่า สำหรับปริญญาโทนักศึกษาที่มีคะแนนภาษาอังกฤษและผลการเรียนดี สามารถสมัครเรียนโดยตรง ในกรณีที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้ นักศึกษาสามารถ เข้าเรียนภาษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนก่อน ทำคะแนน TOEFL ให้ได้ 550 ถึง 600 และพยายามหาโอกาสทำความรู้จักกับอาจารย์ อาจจะช่วยให้การสมัครในการเข้าศึกษาง่ายขึ้น 
 
การประกันสุขภาพ
 
            แผนประกันสุขภาพของรัฐบาลจะสะดวกกว่าของเอกชน และเป็นที่ยอมรับมากกว่า กฎระเบียบข้อบังคับ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของแต่ละมณฑล จะแตกต่างกันออกไปบ้าง ราคาเบี้ย ประกันจะแตกต่างกันเล็กน้อย คือระหว่าง 34-40 เหรียญแคนาดาต่อ 3 เดือน ความคุ้มครองทางการแพทย์จะเริ่มเมื่อ นักศึกษาเดินทางถึงประเทศแคนาดาแล้วเท่านั้น สถาบันการศึกษาบางแห่งจะไม่อนุญาตให้นักศึกษาลงทะเบียน จนกว่าจะมีใบประกันสุขภาพมาแสดง ยกเว้นในมณฑลซัสคาเซวาน นักเรียนจะได้รับความคุ้มครองทางการแพทย์ในโรงพยาบาลซัสคาเซวาน ทันทีที่ลงทะเบียนเป็นนักศึกษา  
 
การทำงานระหว่างเรียน
 
            ในขณะศึกษานักศึกษาสามารถที่จะทำงานได้ในมหาวิทยาลัย ที่กำลังศึกษาอยู่ เช่นในห้องสมุด ห้องอาหารสโมสรของ มหาวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทหรือเอก สามารถทำงานเป็นผู้ช่วยครูผู้สอน ส่วนนักศึกษาที่เลือกเรียนหลักสูตร ที่มีการร่วมมือกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบกิจการ ที่เรียกว่า Co-op Education สามารถฝึกงานได้โดยได้รับค่าจ้าง หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว นักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้ในสาขาที่สำเร็จการศึกษา แต่ต้องภายใน 60 วัน หลังจากวันที่สำเร็จการศึกษา โดยขอวีซ่าทำงาน (Employment Authorization) ได้จากกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศแคนาดา (The Local Canadian Immigration Center) และต้องขอหมาย เลขประกันสังคม เพื่อใช้เสียภาษีเงินได้ คู่สมรสของนักศึกษาในฐานะผู้ติดตามสามารถสมัครขอวีซ่าทำงานได้ 
 
ปีการศึกษา
 
            ปีการศึกษาในแคนาดาส่วนใหญ่ แบ่งเป็น 2 ภาคเรียนคือ ภาคเรียนที่ 1 (Fall Semester) เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 (Winter Semester) เดือนมกราคมถึงเดือน เมษายน ช่วงหยุดภาคฤดูร้อน (Spring และ Summer) เดือน พฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม สถาบันบางแห่งเปิดสอนหลักสูตร ภาคฤดูร้อนด้วย  
 

ที่มา: คู่มือศึกษาต่อต่างประเทศ TIECA GUIDE TO INTERNATIONAL EDUCATION 2006

 

 
Penprapa Advisory Study Abroad
29/19-21 Piboonsongkram Rd., Suanyai,
Muang, Nontaburi Thailand 11000
Tel : 66 2 966 6508, 66 2 966 6990
Fax : 66 2 966 6990
Email Address :
pasa@pasa.co.th
PASA ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ
29/19-21 ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร : 66 2 966 6508, 66 2 966 6990
แฟกซ์ : 66 2 966 6990
อีเมล์ : pasa@pasa.co.th
Copyrights © 2016 Penprapa Advisory Study Abroad. All Rights Reserved.